คู่มือวางสื่อโปรโมตงานเทศกาลและอีเวนต์ท่องเที่ยวในประเทศไทย ให้คนรู้จัก วางแผน เดินทางมาจริง และใช้จ่ายในพื้นที่ พร้อมกรอบ EVENT, Media Journey, Measurement Plan และตัวอย่างร่วมสมัยจากงานไทย

EDITORIAL STANDARD

เรียบเรียงและตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการ BIGMAP Travel Media · อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่ และแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนตัดสินใจ

01

ทำไมโปสเตอร์สวยและยอด Reach สูงยังไม่รับประกันว่าคนจะมางาน

ผู้ชมอาจจำภาพงานได้ แต่ยังไม่ตัดสินใจหากไม่รู้ว่างานเหมาะกับใคร เดินทางอย่างไร ควรมาเวลาไหน จอดรถหรือใช้ขนส่งสาธารณะตรงไหน ต้องลงทะเบียนหรือไม่ และมีอะไรคุ้มพอให้เดินทางข้ามจังหวัด ช่องว่างระหว่าง Awareness กับ Attendance จึงมักเกิดจากข้อมูลและเส้นทาง ไม่ใช่จากจำนวนโฆษณาเพียงอย่างเดียว

งานท่องเที่ยวมีผลต่อพื้นที่กว้างกว่างานในรั้วเดียว ทั้งโรงแรม รถรับส่ง ร้านอาหาร ชุมชน และจุดหมายใกล้เคียง ททท. รายงานเมื่อ 14 เมษายน 2569 ว่ากิจกรรมสงกรานต์ช่วง 11–15 เมษายนถูกคาดว่าจะสร้างรายได้ท่องเที่ยวทั่วประเทศมากกว่า 30,350 ล้านบาท ขณะที่งานหลักที่สวนเบญจกิติมีผู้เข้าร่วม 108,640 คนในสามวันแรก ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการและผลรายงาน ณ วันเผยแพร่ ไม่ควรนำมาเป็น Benchmark ของทุกงานโดยไม่ปรับตามขนาด พื้นที่ และวิธีนับ

โจทย์ของ Event Marketing จึงไม่ใช่แค่ทำให้คนเห็น แต่ต้องทำให้คนที่ใช่เข้าใจคุณค่า วางแผนได้ มาถึงได้ เข้าร่วมกิจกรรมที่เหมาะ และกระจายการใช้จ่ายอย่างรับผิดชอบ พร้อมมีหลักฐานว่าช่องทางใดช่วยขยับพฤติกรรมจริง

02

กรอบ EVENT: แผนห้าขั้นจากการรับรู้สู่ Footfall และรายได้พื้นที่

EVENT เป็นกรอบทำ Brief ร่วมกันระหว่างผู้จัดงาน จังหวัด เจ้าของพื้นที่ โรงแรม ร้านค้า ผู้ให้บริการเดินทาง ทีมความปลอดภัย สื่อ และสปอนเซอร์ เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้คำสัญญา เส้นทาง และตัวชี้วัดชุดเดียวกัน แทนการผลิตชิ้นงานแยกส่วน

ภาพประกอบโต๊ะวางแผน Event Marketing มีแผนที่ประเทศไทย เส้นทางงานเทศกาล โทรศัพท์ จุดวางสื่อ และการ์ดวัดผล
แผน Event Marketing ที่ใช้งานได้ต้องเชื่อมกลุ่มเป้าหมาย เส้นทางผู้ร่วมงาน จุดสื่อ ความพร้อมหน้างาน และตัวชี้วัดไว้ในแผนเดียว
  • E — Establish: ระบุผู้ชมหลักหนึ่งถึงสองกลุ่ม เหตุผลที่ต้องมา ช่วงเวลาที่ต้องการกระตุ้น และผลลัพธ์ธุรกิจที่สำคัญที่สุด
  • V — Visitor journey: ตอบคำถามก่อนงาน ระหว่างวางแผน ระหว่างเดินทาง ในพื้นที่ และหลังงาน โดยกำหนด Next Action ของแต่ละช่วง
  • E — Ecosystem media: แบ่งหน้าที่ให้ Editorial Content, Social, Creator, Tourism Map, OOH, Digital Display, PR และช่องทางพันธมิตรตามจุดตัดสินใจ
  • N — Navigate: ทำข้อมูลวัน–เวลา ทางเข้า การเดินทาง การเข้าถึง พื้นที่บริการ จุดพัก และเส้นทางสู่ร้านหรือชุมชนให้ใช้งานได้จริง
  • T — Track: วาง Baseline, Tracking Code และวิธีนับตั้งแต่เปิดหน้า ลงทะเบียน เปิดแผนที่ Footfall ไปจนถึงยอดขายหรือแบบสอบถามหลังงาน
03

E — Establish: เริ่มจากผู้ชมและผลลัพธ์ ไม่ใช่เริ่มจากรายชื่อสื่อ

กำหนด Primary Audience ให้ชัด เช่น ครอบครัวในรัศมีขับรถสองชั่วโมง นักท่องเที่ยวต่างชาติที่พักในกรุงเทพฯ แฟนดนตรีจากตลาดเอเชีย หรือคนรุ่นใหม่ในจังหวัดใกล้เคียง จากนั้นเขียน Event Promise หนึ่งประโยคว่าทำไมคนกลุ่มนี้ต้องเดินทางมา ไม่ใช้คำกว้างอย่าง “ยิ่งใหญ่ สนุก ครบทุกมิติ” ซึ่งไม่ช่วยตัดสินใจ

ผลลัพธ์หลักควรเลือกจาก Attendance, Qualified Registration, Room Night, Average Spend, Local Vendor Sales, Route Distribution หรือ Sponsor Action ไม่เกินสองตัว หากทุกอย่างเป็น KPI หลักพร้อมกัน ทีมจะซื้อสื่อโดยไม่มีลำดับและตีความความสำเร็จต่างกัน

กำหนด Capacity และเงื่อนไขความพร้อมก่อนเร่งสื่อ ได้แก่ ความจุรายช่วงเวลา เส้นทางเข้า–ออก ห้องน้ำ จุดพัก การเข้าถึงของผู้สูงอายุและคนพิการ การจัดการสภาพอากาศ และช่องทางประกาศเมื่อข้อมูลเปลี่ยน สื่อไม่ควรสร้าง Demand เกินความสามารถของพื้นที่

04

V — Visitor Journey: วางข้อมูลให้ตรงกับห้าช่วงการตัดสินใจ

ช่วง Discover ต้องตอบว่า “งานนี้คืออะไรและเหมาะกับฉันไหม” ด้วย Key Visual วิดีโอสั้น PR และ Editorial ที่มีมุมชัด ช่วง Consider ต้องให้โปรแกรม ไฮไลต์ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ที่พัก และเหตุผลเลือกวัน ช่วง Plan ต้องมีแผนที่ วิธีเดินทาง ทางเข้า เวลาเหมาะสม และแผนสำรอง

ช่วง Go ต้องใช้ OOH ป้ายหรือจอดิจิทัลตาม Gateway เช่น สถานี ศูนย์การค้า โรงแรม จุดพักรถ และทางเข้าสู่เมืองเพื่อยืนยันว่ามาถูกทาง ช่วง Experience ต้องมีแผนที่หน้างาน ตารางที่อัปเดตได้ และจุดกระจายคน ส่วนช่วง Extend ควรพาไปยังร้าน ชุมชน นิทรรศการ หรือเส้นทางวันถัดไป พร้อมขอ Feedback และสิทธิ์ติดต่อซ้ำอย่างโปร่งใส

ทุกชิ้นสื่อควรมี Next Action เพียงหนึ่งอย่าง เช่น ดูโปรแกรมวันนี้ เปิดเส้นทาง บันทึกงาน ลงทะเบียน หรือดูร้านใกล้ฉัน หาก QR และลิงก์ทุกชิ้นพาไปหน้าแรกเดียวกัน ผู้ใช้ต้องเริ่มค้นใหม่และทีมจะไม่รู้ว่าตำแหน่งใดสร้างการเดินทาง

05

E — Ecosystem Media: ให้แต่ละช่องทางทำหน้าที่ต่างกันแต่เล่าเรื่องเดียวกัน

Editorial Content สร้างบริบทว่าทำไมงานมีคุณค่าและช่วยตอบข้อกังวลที่โปสเตอร์ทำไม่ได้ Tourism Map เปลี่ยนโปรแกรมเป็นเส้นทาง OOH และ Digital Display ย้ำความมั่นใจในจุดเดินทาง Social กับ Creator ทำให้เห็นประสบการณ์และความเหมาะสมกับกลุ่มย่อย ส่วน PR ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและให้ข้อมูลกับสื่ออื่นนำไปขยายต่อ

กำหนด Message Architecture สามชั้น: Core Promise หนึ่งเรื่องสำหรับทั้งงาน, Audience Message แยกตามกลุ่ม และ Action Message แยกตามช่วงเวลา เช่น ช่วงเปิดตัวเน้นบันทึกวัน ช่วงก่อนงานเน้นวางแผน ช่วงงานเน้นโปรแกรมวันนี้และเส้นทาง ช่วงท้ายเน้นกิจกรรมที่ยังเหลือกับการกระจายคนไปพื้นที่รอบข้าง

แบรนด์ผู้สนับสนุนควรเติม Utility หรือ Experience ที่สัมพันธ์กับผู้ชม เช่น จุดพัก น้ำดื่ม แผนที่ รถรับส่ง เวิร์กช็อป หรือข้อมูลท้องถิ่น ไม่วางโลโก้ซ้ำโดยไม่มีบทบาท เพราะการจดจำที่มีคุณภาพเกิดเมื่อแบรนด์ช่วยให้ประสบการณ์ดีขึ้นและสามารถวัด Interaction นั้นได้

ภาพประกอบนักท่องเที่ยวเห็นสื่อดิจิทัล ใช้แผนที่ และเดินเข้าสู่พื้นที่งานเทศกาลกับร้านอาหารและงานฝีมือท้องถิ่น
สื่อที่ดีไม่จบที่การมองเห็น แต่พาคนจากการค้นพบไปสู่ข้อมูลเดินทาง ทางเข้า กิจกรรม และผู้ประกอบการรอบพื้นที่ได้โดยไม่สะดุด
06

N — Navigate: เปลี่ยนงานหนึ่งจุดให้เป็นเส้นทางที่เดินทางและใช้จ่ายได้

แผนที่งานต้องแสดงมากกว่าตำแหน่งเวที ควรรวม Gateway ทางเข้า จุดขึ้น–ลงรถ ทางที่เข้าถึงได้ ห้องน้ำ จุดพัก จุดปฐมพยาบาล พื้นที่อาหาร และเส้นทางออกฉุกเฉิน โดยให้ข้อมูลสำคัญอ่านได้แม้สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร วันที่ เวลา ราคา และข้อจำกัดที่เปลี่ยนได้ต้องระบุวันอัปเดตและช่องทางทางการ

ททท. ยกระดับงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีปี 2569 ด้วยกิจกรรมหลายช่วงและหลายจุด ตั้งแต่ชุมชนวัด พื้นที่จัดแสดง งานแสง–เสียง ไปจนถึงตลาดสินค้าท้องถิ่น โครงสร้างแบบนี้ชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารต้องทำ Route Logic และ Daily Programme ให้คนเข้าใจ ไม่ใช่สรุปทุกกิจกรรมลงภาพเดียว

กรณี Bangkok Art Biennale 2026 ซึ่ง ททท. ระบุว่าจะจัดในไทยตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 ครอบคลุมพิพิธภัณฑ์ วัด พื้นที่ริมน้ำ ย่านร่วมสมัย และศูนย์ศิลปะในกรุงเทพฯ ยิ่งย้ำว่ากิจกรรมแบบ Citywide ต้องใช้แผนที่เชื่อมสถานที่ เวลาเดินทาง และจุดหมายรอบเส้นทาง เนื่องจากผู้เข้าชมไม่ได้ตัดสินใจเฉพาะว่าจะมาไหม แต่ต้องเลือกว่าจะเริ่มและจบที่ใด

07

T — Track: Measurement Plan ที่ตอบได้ทั้งผู้จัด พื้นที่ และสปอนเซอร์

เริ่มจาก Baseline ของงานเดิมหรือช่วงเวลาปกติ แล้วแยก KPI เป็นสามระดับ: Media Signal เช่น Qualified Reach, Video Completion และการอ่านบทความ; Intent Signal เช่น บันทึกงาน ลงทะเบียน เปิดแผนที่ คลิกโรงแรม หรือเพิ่มโปรแกรม; Outcome เช่น Footfall รายช่วงเวลา การเข้าร่วมกิจกรรม Room Night ยอดขายร้านค้า หรือ Sponsor Interaction

แยก URL, UTM หรือ QR ตามตลาดต้นทาง ชิ้นงาน ตำแหน่ง และพันธมิตร สร้างหน้า Landing ที่ตรงกับ Action และบันทึกเวลาเปิดแผนที่หรือกดนำทาง หากเก็บข้อมูลจาก Wi-Fi, Registration, Ticketing, POS หรือแบบสอบถาม ต้องประกาศวัตถุประสงค์ เก็บเท่าที่จำเป็น จำกัดสิทธิ์เข้าถึง และไม่อ้างว่าการสแกนหรือสัญญาณเดียวเท่ากับผู้เข้าร่วมที่ไม่ซ้ำ

สรุปผลด้วย Funnel เดียว: Reach → Engaged Visit → Plan Action → Arrival → Participation → Local/Sponsor Action พร้อม Conversion Rate และต้นทุนต่อผลลัพธ์ รายงานความคลาดเคลื่อน วิธีนับ และสิ่งที่ไม่สามารถยืนยัน เพื่อให้ตัวเลขนำไปปรับรอบต่อไปได้จริง

  • ก่อนงาน: Search Lift, Landing Visit, Save/Registration, Route Open และ Hotel/Partner Click
  • ระหว่างงาน: Arrival by Time, Zone Footfall, Programme Check-in, Map Use และ Service Alert
  • หลังงาน: Repeat Intention, Local Spend Sample, Partner Referral, Sponsor Action และ Content Retention
08

สามกรณีปี 2569 ที่แสดงให้เห็นว่า Event Marketing ต้องเชื่อมงานกับจุดหมาย

สงกรานต์ 2569 แสดงพลังของเทศกาลระดับประเทศที่มีทั้งงาน Flagship และกิจกรรมรายภูมิภาค แต่ตัวเลขจาก ททท. เป็นรายงานและประมาณการ ณ 14 เมษายน 2569 ผู้วางแผนควรแยกผลของงานหลัก การเดินทางทั้งประเทศ และปัจจัยช่วงวันหยุด ไม่รวมทั้งหมดเป็นผลจาก Media Channel เดียว

งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีปี 2569 ใช้ทั้งแลนด์มาร์กแสง กิจกรรมลงมือทำ งานช่าง ชุมชนวัด ตลาดท้องถิ่น และการแสดง จึงเป็นตัวอย่างของ Event Route ที่สื่อควรช่วยกระจายคนและรายได้ ไม่ใช่ดึงทุกคนไปเวทีกลางพร้อมกัน

Tomorrowland Thailand ซึ่งประกาศเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ว่ามีกำหนดจัด 11–13 ธันวาคม 2569 ที่ Wisdom Valley พัทยา เชื่อมบัตร ที่พัก และรถรับส่งไว้ใน Hotel Package และมีประมาณการผู้ร่วมงานราว 50,000 คนต่อวัน นี่เป็นตัวอย่างของการลด Friction ด้วย Product Bundle แต่กำหนดการ รายละเอียด และประมาณการยังเป็นข้อมูลอนาคต ผู้เดินทางและผู้จัดแคมเปญต้องตรวจช่องทางทางการอีกครั้งก่อนใช้งาน

09

Checklist ทำ Brief ก่อนขอ Media Plan หรือหาผู้สนับสนุน

Brief ที่ดีทำให้ทีมสื่อประเมินพื้นที่ จำนวนชิ้นงาน และระบบติดตามได้แม่นกว่าการส่งเพียงโปสเตอร์กับงบรวม หากบางข้อมูลยังไม่ยืนยัน ให้ระบุเจ้าของข้อมูลและวันที่ต้องยืนยัน แทนการใส่รายละเอียดชั่วคราวลงสื่อทุกช่องทาง

  • Objective, Primary Audience, ตลาดต้นทาง และเหตุผลที่ต้องเดินทางมา
  • วัน เวลา สถานที่ Capacity ทางเข้า การเดินทาง การเข้าถึง และเจ้าของข้อมูลล่าสุด
  • Programme Architecture, Event Promise, Key Visual และประเด็นวัฒนธรรมที่ต้องตรวจทาน
  • Media Journey ก่อน–ระหว่าง–หลังงาน พร้อมหน้าที่และ Next Action ของแต่ละช่องทาง
  • บทบาทสปอนเซอร์ สิทธิประโยชน์ จุดสัมผัส และวิธีวัด Interaction ที่ไม่รบกวนผู้ร่วมงาน
  • Baseline, KPI, Tracking Code, วิธีนับ Footfall, Data Owner และรอบรายงาน
  • แผนสื่อสารเมื่อฝนตก กิจกรรมเต็ม ตารางเปลี่ยน การจราจรหนาแน่น หรือเหตุฉุกเฉิน
10

ให้ BIGMAP เชื่อมงานของคุณเข้ากับการเดินทางจริง

BIGMAP Travel Media ช่วยผู้จัดงาน จังหวัด ชุมชน ศูนย์การค้า โรงแรม และแบรนด์ผู้สนับสนุนวาง Event Media Journey ตั้งแต่ Editorial Content, Tourism Map, OOH, Digital Display และคอนเทนต์ภาคสนาม ไปจนถึง Measurement Plan ที่เชื่อมการรับรู้กับเส้นทางและพื้นที่เศรษฐกิจรอบงาน

ส่งข้อมูลเป้าหมาย กลุ่มผู้ชม พื้นที่ ช่วงเวลา งบประมาณโดยประมาณ และความพร้อมหน้างาน เพื่อขอ Media Kit หรือนัดปรึกษาทีม BIGMAP ทีมจะช่วยออกแบบบทบาทสื่อ จุดวาง การผลิต และตัวชี้วัดให้เหมาะกับขนาดงานและความสามารถรองรับของพื้นที่ทั่วประเทศไทย

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มโปรโมตงานเทศกาลล่วงหน้ากี่วัน?

ไม่มีจำนวนวันที่ใช้ได้กับทุกงาน ให้ย้อนจากระยะตัดสินใจของผู้ชมและสิ่งที่ต้องจอง งานที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด จองโรงแรม หรือซื้อบัตรควรมีช่วงสร้างการรับรู้และวางแผนนานกว่างานชุมชนใกล้บ้าน พร้อมเพิ่มความถี่เมื่อโปรแกรมและข้อมูลเดินทางยืนยันแล้ว

ควรวัดความสำเร็จของ Event Marketing จากยอด Reach หรือผู้ร่วมงาน?

ใช้ทั้งสองระดับแต่ไม่แทนกัน Reach บอกการกระจายสื่อ ส่วน Qualified Visit, Registration, Route Open และ Footfall บอกการขยับพฤติกรรม ควรกำหนด Outcome หลัก เช่น ผู้เข้าร่วม ยอดใช้จ่าย หรือ Room Night แล้วเชื่อมกลับมาหาสัญญาณสื่อ

งานเข้าฟรีจะติดตาม Conversion ได้อย่างไร?

ใช้การเปิดแผนที่ การบันทึกโปรแกรม QR แยกจุด Wi-Fi หรือ Registration แบบสมัครใจ การนับทางเข้า และแบบสอบถามตัวอย่างร่วมกัน พร้อมอธิบายข้อจำกัด ไม่ควรใช้สัญญาณเดียวสรุปจำนวนผู้ร่วมงานที่ไม่ซ้ำ

OOH และ Tourism Map เหมาะกับงานเทศกาลแบบใด?

เหมาะเมื่อผู้ชมต้องเดินทางผ่าน Gateway เลือกทางเข้า หรือเคลื่อนระหว่างหลายจุด OOH ช่วยยืนยันและกระตุ้นในบริบทจริง ส่วน Tourism Map ช่วยจัดเส้นทาง โปรแกรม บริการ และจุดใช้จ่ายให้ตัดสินใจต่อได้

แบรนด์ผู้สนับสนุนควรได้อะไรนอกจากโลโก้ในงาน?

ควรมีบทบาทที่เพิ่ม Utility หรือ Experience เช่น จุดพัก แผนที่ รถรับส่ง เวิร์กช็อป หรือบริการข้อมูล พร้อมสิทธิ์คอนเทนต์และตัวชี้วัด Interaction ที่ตกลงล่วงหน้า โดยไม่ทำลายอัตลักษณ์หรือความสะดวกของผู้ร่วมงาน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง