คู่มือสำหรับโรงแรมและรีสอร์ตในไทยในการเปลี่ยนสื่อท่องเที่ยวจากการสร้างการรับรู้ ให้กลายเป็นเส้นทางจองตรงที่วัดผลได้ ตั้งแต่ก่อนเดินทางจนถึงช่วงที่แขกอยู่ในพื้นที่จริง

EDITORIAL STANDARD

เรียบเรียงและตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการ BIGMAP Travel Media · อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่ และแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนตัดสินใจ

01

ทำไมยอดจองตรงต้องเป็นโจทย์ของทั้ง Media Journey

ยอดจองตรงไม่ได้เกิดจากปุ่ม Book Now เพียงจุดเดียว นักเดินทางอาจค้นพบโรงแรมจากบทความหรือวิดีโอ เห็นชื่อซ้ำบนแผนที่และสื่อในจุดหมาย แล้วกลับไปเปรียบเทียบห้อง ราคา ทำเล สิทธิประโยชน์ และความน่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจ หากแต่ละจุดสัมผัสใช้สารคนละชุดหรือพาไปคนละหน้า ความสนใจจะหลุดหายก่อนถึงระบบจอง

บริบทตลาดไทยทำให้โจทย์นี้มีน้ำหนักมากขึ้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานเมื่อ 17 มิถุนายน 2569 ว่าไตรมาส 1/2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 71,407,657 คน เพิ่มขึ้น 2.69% และสร้างรายได้ 284,841.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้ไม่ใช่เหตุผลให้ทุกโรงแรมเพิ่มงบทันที แต่สะท้อนว่าตลาดเดินทางในประเทศยังมีดีมานด์ที่ควรวางแผนเข้าถึงอย่างมีเป้าหมาย

อีกสัญญาณหนึ่งคือแคมเปญ UOB x TAT Travel Thailand Together ซึ่งประกาศเมื่อ 20 กรกฎาคม 2569 ให้สิทธิ์เงินคืนกับการชำระค่าที่พักตรงกับโรงแรมที่ร่วมรายการและไม่รวมการจองผ่าน OTA ถึง 30 กันยายน 2569 กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าข้อเสนอ การชำระเงิน และพันธมิตรสามารถถูกออกแบบให้ช่วยลดระยะจากความสนใจไปสู่รายได้ตรงได้อย่างเป็นรูปธรรม

02

Framework 4D: จากความต้องการเดินทางถึงการจองตรง

ใช้ Framework 4D เพื่อกำหนดหน้าที่ของสื่อก่อนเลือกจำนวนชิ้นงาน แต่ละชั้นควรมีข้อความหลักหนึ่งชุด จุดหมายปลายทางหนึ่งหน้า และ KPI ที่สัมพันธ์กับการตัดสินใจในขั้นนั้น

เส้นทางลูกค้าโรงแรมจากการพบสื่อท่องเที่ยวในพื้นที่จริงไปสู่การค้นหาข้อมูลและจองตรงผ่านโทรศัพท์
สื่อที่ดีไม่จบเมื่อผู้เดินทางเห็นแบรนด์ แต่ต้องพาเขาไปยังข้อเสนอและช่องทางจองตรงที่สอดคล้องกับบริบทของสถานที่
  • Demand — ระบุกลุ่มที่มีเหตุผลจะเดินทางจริง เช่น คู่รักกรุงเทพฯ ที่ต้องการพัก 2 คืน ครอบครัวขับรถเที่ยว หรือกลุ่มประชุมองค์กร ไม่ใช้คำกว้างเพียงว่า ‘นักท่องเที่ยว’
  • Discover — ใช้ Branded Content, Editorial Media และสื่อท่องเที่ยวสร้างเหตุผลที่ควรเลือกพื้นที่และโรงแรม โดยผูกกับฤดูกาล อีเวนต์ หรือประสบการณ์ที่ขายได้จริง
  • Decide — ใช้แผนที่ OOH หรือ Digital Display ย้ำทำเล ระยะทาง ความสะดวก และข้อเสนอในจังหวะที่ผู้เดินทางกำลังเปรียบเทียบหรืออยู่ใกล้พื้นที่
  • Direct — พาไปยังหน้าจองที่โหลดเร็ว ใช้ภาษาและสกุลเงินเหมาะกับตลาด แสดงเงื่อนไขชัด และมีเหตุผลเฉพาะที่ทำให้การจองตรงคุ้มค่า
03

วางสื่อสามชั้นให้ครอบคลุมก่อน ระหว่าง และใกล้วันเข้าพัก

ชั้นแรกคือ Pre-trip Demand ใช้บทความ วิดีโอ รีวิว และ Search เพื่อสร้างความสนใจก่อนเดินทาง ชั้นที่สองคือ In-market Presence ใช้แผนที่ท่องเที่ยว จุดแจกสื่อ สื่อ OOH และ Digital Display ในย่านที่กลุ่มเป้าหมายพัก กิน เที่ยว หรือเดินทางผ่าน ชั้นที่สามคือ Conversion & Recovery ใช้ Landing Page, LINE, CRM และ Remarketing ดึงผู้ที่แสดงความสนใจกลับสู่ระบบจอง

หัวใจคือ Geographic Fit โรงแรมเมืองในกรุงเทพฯ อาจเน้นสถานี ย่านธุรกิจ ศูนย์ประชุม และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง โรงแรมบูทีคเชียงใหม่อาจเชื่อมย่านวัฒนธรรม คาเฟ่ และอีเวนต์สร้างสรรค์ ส่วนรีสอร์ตภูเก็ต เขาหลัก หรือสมุยอาจวางเนื้อหาร่วมกับสนามบิน ท่าเรือ เส้นทางท่องเที่ยว และประสบการณ์ในพื้นที่ การวางสื่อจึงต้องเริ่มจาก Catchment Area ของโรงแรม ไม่ใช่ซื้อแพ็กเกจเดียวใช้ทุกจังหวัด

04

ออกแบบ Direct-booking Proposition ก่อนทำครีเอทีฟ

คำว่า ‘จองตรงราคาดีที่สุด’ ยังไม่พอหากผู้ใช้เปรียบเทียบแล้วไม่เห็นคุณค่าต่างกัน โรงแรมควรเลือกข้อเสนอหลักเพียงหนึ่งถึงสองอย่างที่ปฏิบัติได้จริงและรักษา Margin ได้ จากนั้นใช้ข้อความเดียวกันตลอดสื่อและหน้าจอง

  • Value — อาหารเช้า เครดิตร้านอาหาร Late Check-out หรือสิทธิ์อัปเกรดที่ทำให้ข้อเสนอมีคุณค่ามากกว่าการลดราคาอย่างเดียว
  • Certainty — เงื่อนไขยกเลิก การชำระเงิน ประเภทห้อง ภาษี และค่าธรรมเนียมต้องอ่านจบในหน้าจอมือถือโดยไม่ต้องเดา
  • Local Relevance — ผูกแพ็กเกจกับอีเวนต์ เส้นทางกินเที่ยว การรับส่ง หรือกิจกรรมของพื้นที่ เพื่อให้โรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของทริป ไม่ใช่เพียงที่นอน
  • One Next Step — เลือก CTA หลัก เช่น เช็กห้องว่าง จองแพ็กเกจ หรือคุยกับทีมสำรองห้องพัก หลีกเลี่ยงหลายปุ่มที่แย่งความสนใจ
05

วัดผลจากสื่อในพื้นที่ถึง Booking Confirmed

ก่อนพิมพ์แผนที่หรือติดตั้งสื่อ ให้สร้างรหัสจุดเผยแพร่และมาตรฐาน UTM ก่อน Google Analytics แนะนำให้ใช้ utm_source, utm_medium และ utm_campaign อย่างสม่ำเสมอ และสามารถใช้ utm_content แยกครีเอทีฟหรือจุดวางสื่อได้ ตัวอย่างเช่น source=bigmap, medium=map_ooh, campaign=green_season_direct และ content=cnx_old_city_hotel_01

อย่าวัดเพียงจำนวนสแกน QR เพราะการสแกนที่ไม่ไปต่ออาจเป็น Traffic ที่ไม่มีคุณภาพ กำหนด Funnel Event ให้ครบอย่างน้อย View Offer → Check Availability → Begin Booking → Booking Confirmed และเก็บ Booking Value, Stay Date, Market, Property และ Campaign ID โดยเคารพความยินยอมและนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลของโรงแรม

ทีมการตลาดโรงแรมในประเทศไทยตรวจผลแคมเปญจากแผนที่ท่องเที่ยว สื่อในพื้นที่ QR และข้อมูลการจอง
ออกแบบรหัสแคมเปญและเหตุการณ์วัดผลก่อนผลิตสื่อ เพื่อให้ทีมมองเห็นว่าแต่ละพื้นที่และครีเอทีฟช่วยสร้าง Qualified Visit, Lead หรือ Booking ได้เพียงใด
  • Media KPI: จำนวนจุดเผยแพร่ พื้นที่ครอบคลุม ระยะเวลา การมองเห็น และ QR/Short-link Visit แยกตาม Location ID
  • Intent KPI: Engaged Session, View Room, Check Availability, LINE Contact และ Lead ที่ระบุวันเข้าพักได้
  • Revenue KPI: Booking Confirmed, Revenue, Cost per Booking, ROAS, Cancellation Rate และสัดส่วนลูกค้าใหม่
  • Quality Check: ตรวจว่ารหัส UTM คงอยู่ข้ามหน้าจอง เหตุการณ์ไม่ยิงซ้ำ และรายได้สุทธิหลังการยกเลิกถูกส่งกลับมาวิเคราะห์
06

ตัวอย่าง Media Mix ตามประเภทโรงแรม

สามตัวอย่างต่อไปนี้เป็นโครงเริ่มต้นสำหรับการวางแผน ไม่ใช่สูตรตายตัว งบจริงต้องปรับตามตลาดต้นทาง ฤดูกาล ราคาเฉลี่ยต่อคืน ความพร้อมของระบบจอง และพื้นที่สื่อที่เข้าถึงได้

  • City Hotel กรุงเทพฯ — Editorial เรื่องทำเลและการเดินทาง + Digital Display ในย่านธุรกิจ/สถานี + Landing Page แพ็กเกจวันธรรมดา วัด Check Availability และ Booking by Market
  • Boutique Hotel เชียงใหม่ — Branded Route เชื่อมย่านศิลปะ คาเฟ่ และเทศกาล + แผนที่พกพา + Creator Content วัด Save Route, LINE Lead และ Direct Package Booking
  • Resort ภูเก็ตหรือพังงา — Content ก่อนเดินทาง + สื่อสนามบิน/เส้นทางต่อ + แผนที่กิจกรรมในพื้นที่ + Stay Extension Offer วัด Qualified Visit, Package Booking และ Revenue per Booking
07

แผนทดลอง 90 วันและกรอบแบ่งงบที่ใช้ตัดสินใจได้

แบ่งงานเป็น 3 ช่วง: วัน 1–30 ตั้งข้อเสนอ กลุ่มเป้าหมาย Landing Page การวัดผล และเลือกพื้นที่ วัน 31–60 เปิดสื่อพร้อมกันอย่างน้อยสอง Touchpoint เพื่อทดสอบความต่อเนื่อง วัน 61–90 ย้ายงบไปยังพื้นที่ ครีเอทีฟ และข้อเสนอที่สร้าง Qualified Visit หรือ Booking ได้ดีที่สุด พร้อมบันทึกสิ่งที่ต้องรักษาไว้สำหรับรอบถัดไป

หากต้องการกรอบเริ่มต้น สามารถตั้งสมมติฐานงบ 25% สำหรับ Strategy, Tracking และ Landing Page; 30% สำหรับ Content/Editorial; 30% สำหรับ Map, OOH หรือ Digital Display; และ 15% สำหรับ Amplification กับ Optimization สัดส่วนนี้มีไว้ให้ทีมมองเห็นต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่ Benchmark อุตสาหกรรม และควรเปลี่ยนเมื่อข้อมูลจริงชี้ชัด

BIGMAP Travel Media สามารถช่วยตั้งแต่การเลือกพื้นที่และเส้นทาง สื่อแผนที่ OOH และ Digital Display การผลิต Branded Content ไปจนถึงการวาง Conversion Path และ Measurement Plan สำหรับโรงแรมในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย หากมี Property, Target Market, ช่วงขาย และเป้าหมายรายได้เบื้องต้น ทีมสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนา Media Plan และ Media Kit ที่เฉพาะกับโจทย์ได้ทันที

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

โรงแรมควรลดการพึ่งพา OTA ทั้งหมดหรือไม่?

ไม่จำเป็น OTA ยังมีบทบาทด้านการค้นพบและการเข้าถึงตลาด โรงแรมควรสร้าง Channel Mix ที่สมดุล แล้วใช้ข้อเสนอและข้อมูลลูกค้าฝั่ง Direct เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำตลาดซ้ำโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์กับพันธมิตรจำหน่าย

งบการตลาดโรงแรมขั้นต่ำเท่าไรจึงจะเริ่มแคมเปญได้?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกโรงแรม ให้เริ่มจากเป้าหมายจำนวน Booking มูลค่าการจองเฉลี่ย Margin และ Cost per Booking ที่ยอมรับได้ จากนั้นกันงบสำหรับข้อเสนอ Landing Page การวัดผล และสื่ออย่างน้อยสอง Touchpoint เพื่อให้ทดสอบ Journey ได้จริง

สื่อ OOH หรือแผนที่ท่องเที่ยววัดยอดจองตรงได้อย่างไร?

ใช้ QR หรือ Short Link แยกตาม Location ID ติด UTM ต่อเนื่องถึงระบบจอง และผูก Campaign ID กับ Booking Confirmation จากนั้นเปรียบเทียบทั้ง Qualified Visit, Begin Booking, Revenue และ Cancellation ไม่ใช้จำนวนสแกนเพียงตัวเดียว

ควรรันแคมเปญนานเท่าไรจึงประเมินผลได้?

เริ่มด้วยรอบทดลอง 8–12 สัปดาห์เพื่อให้ครอบคลุมช่วงค้นหา จอง และเข้าพักอย่างน้อยหนึ่งรอบ แต่ควรดูตาม Booking Window ของตลาดจริง โรงแรมที่รับจองล่วงหน้านานต้องเผื่อเวลามากกว่าโรงแรมเมืองที่มีการจองใกล้วันเข้าพัก

BIGMAP ช่วยโรงแรมได้ตั้งแต่ขั้นตอนไหน?

BIGMAP ช่วยได้ตั้งแต่กำหนดพื้นที่และกลุ่มผู้เดินทาง ออกแบบ Media Mix ผลิตแผนที่ OOH Digital Display และ Branded Content ไปจนถึงวางเส้นทางสู่ Landing Page และกรอบการวัดผลสำหรับกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยวทั่วประเทศ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง