คู่มือสำหรับศูนย์การค้า ร้านรีเทล Duty-free และแบรนด์ท้องถิ่นในประเทศไทย วางสื่อด้วยกรอบ STORE เชื่อม OOH, Tourism Map, Editorial, Digital Display และข้อมูลหน้าร้านจากการเห็นสื่อไปสู่ Store Visit และยอดซื้อที่วัดได้
เรียบเรียงและตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการ BIGMAP Travel Media · อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่ และแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนตัดสินใจ
ทำไมยอด Reach สูงยังไม่แปลว่านักท่องเที่ยวจะเข้าร้าน
นักท่องเที่ยวมีเวลาจำกัดและตัดสินใจจากบริบทต่างจากลูกค้าประจำ เขาอาจเห็นโฆษณาแต่ไม่รู้ว่าร้านอยู่ใกล้เส้นทางหรือไม่ สินค้าเหมาะเป็นของฝากอย่างไร เปิดรับวิธีชำระเงินแบบใด มีบริการภาษาอะไร หรือซื้อแล้วนำกลับประเทศได้หรือไม่ ช่องว่างเหล่านี้ทำให้ Awareness ไม่กลายเป็น Store Visit
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิด Amazing Thailand Grand Sale 2026 โดยขยับจากเทศกาลลดราคาไปสู่ประสบการณ์แบรนด์ไทย เชื่อมการช้อปปิ้ง อาหาร ที่พัก และอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านเครือข่ายศูนย์การค้า ห้าง Duty-free โรงแรม และบริการทั่วประเทศ ทิศทางนี้ชี้ว่าร้านไม่ได้แข่งขันด้วยส่วนลดเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันด้วยการค้นพบ เรื่องราว ความสะดวก และความต่อเนื่องของประสบการณ์
เป้าหมายจึงควรเปลี่ยนจาก Impressions กว้าง ๆ เป็น Qualified Visit: คนที่อยู่ในพื้นที่ มีเวลา มีความสนใจ และได้รับข้อมูลพอจะเดินทางเข้าร้าน จากนั้นจึงออกแบบสื่อ หน้าร้าน และการวัดผลให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน
กรอบ STORE: ห้าขั้นจากการเห็นสื่อสู่ยอดซื้อจริง
STORE เป็นกรอบทำ Brief ร่วมกันระหว่างเจ้าของร้าน ศูนย์การค้า ทีมการตลาด ทีมหน้าร้าน โรงแรม ผู้ให้บริการเดินทาง สื่อ และพันธมิตรชำระเงิน เพื่อไม่ให้แต่ละฝ่ายผลิตโปรโมชัน แผนที่ และคอนเทนต์แยกกันโดยไม่มีเส้นทางลูกค้าร่วม

- S — Segment: เลือกตลาดนักท่องเที่ยว บริบททริป กำลังซื้อ และ Job-to-be-Done ของการซื้อให้ชัด
- T — Touchpoints: วางบทบาทสื่อที่สนามบิน สถานี โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว แผนที่ และพื้นที่ใกล้ร้านตามเวลาตัดสินใจ
- O — Offer & Story: สร้างเหตุผลเข้าร้านที่มากกว่าส่วนลด พร้อมเรื่องที่มาของสินค้าและประโยชน์ที่เข้าใจเร็ว
- R — Route & Reduce Friction: ทำเส้นทาง ภาษา สต็อก การชำระเงิน VAT Refund และบริการหลังซื้อให้ไม่สะดุด
- E — Evaluate: ติดตามการเปิดแผนที่ คูปอง Footfall ธุรกรรม ยอดซื้อต่อบิล และ Incremental Sales เทียบฐานเดิม
S — Segment: แยกนักท่องเที่ยวด้วยสถานการณ์ซื้อ ไม่ใช่สัญชาติอย่างเดียว
สัญชาติช่วยวางภาษา ช่องทาง และความคุ้นเคยด้านการชำระเงิน แต่ไม่พอสำหรับออกแบบข้อเสนอ ให้เพิ่มบริบททริป เช่น เดินทางคนเดียวหรือครอบครัว พักระยะสั้นหรือยาว อยู่ช่วงต้นหรือท้ายทริป เดินทางกับทัวร์หรืออิสระ และกำลังซื้อของใช้ทันที ของฝาก หรือสินค้ามูลค่าสูง
ตัวอย่าง Segment ที่ใช้งานได้คือ “ครอบครัวจากเอเชียตะวันออกที่พักในรัศมีเดินทาง 20 นาทีและต้องการของฝากเชื่อถือได้ก่อนกลับ” หรือ “นักเดินทางไทยขับรถที่แวะเมืองรองและสนใจงานคราฟต์จากชุมชน” ทั้งสองกลุ่มต้องใช้ Touchpoint เส้นทาง เวลา และหลักฐานความน่าเชื่อถือต่างกัน
แต่ละแคมเปญควรมี Primary Segment หนึ่งกลุ่มและ Secondary Segment ไม่เกินสองกลุ่ม พร้อมระบุสินค้าหลัก ช่วงเวลาที่ต้องการกระตุ้น และข้อกังวลก่อนซื้อ หาก Segment กว้างว่า “นักท่องเที่ยวทุกคน” สื่อจะเหลือเพียงข้อความส่วนลดทั่วไป
T — Touchpoints: เลือกสื่อจากจุดตัดสินใจตลอดเส้นทางท่องเที่ยว
ช่วง Discover ใช้ Editorial Content, Video และ Destination Story ทำให้สินค้าเชื่อมกับประเทศไทยหรือพื้นที่ ช่วง Plan ใช้ Tourism Map, Hotel Media และข้อมูลในแพลตฟอร์มท่องเที่ยวเพื่อให้ผู้เดินทางบันทึกร้าน ช่วง Go ใช้ OOH และ Digital Display ที่ Gateway สถานี จุดพัก โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อยืนยันเส้นทาง ส่วน Near Store ใช้ป้าย แผนที่ระยะเดิน และหน้าร้านเพื่อปิดช่องว่างสุดท้าย
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ททท. ประกาศแอป Amazing Thailand รุ่นปรับปรุง ซึ่งรองรับการวางแผนและค้นหาที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนข้อมูล VAT Refund การมีแพลตฟอร์มค้นพบเพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้สื่อเชิงพื้นที่หมดความสำคัญ แต่ทำให้ข้อมูลชื่อสถานที่ หมวดสินค้า พิกัด เวลาให้บริการ และ Next Action ต้องตรงกันทุกช่องทาง
ให้ทำ Touchpoint Map หนึ่งหน้า ระบุว่าใครอยู่ที่ไหน กำลังถามอะไร สื่อใดตอบ และต้องทำอะไรต่อ เช่น สแกนเพื่อเปิดเส้นทาง บันทึกร้าน รับสิทธิ์ หรือดูสินค้าที่พร้อมขาย ไม่ส่งทุก QR ไปหน้าแรกเดียวกันเพราะผู้ใช้ต้องเริ่มค้นใหม่และทีมวัดผลไม่ได้
O — Offer & Story: เปลี่ยนสินค้าไทยจากของบนชั้นให้เป็นความทรงจำของสถานที่
Offer ที่ดีไม่จำเป็นต้องลดราคาแรง อาจเป็นชุดของฝากขนาดเดินทาง บริการจัดส่ง เวิร์กช็อปสั้น สินค้ารุ่นเฉพาะพื้นที่ Gift-with-Purchase หรือเส้นทางช้อป–กิน–เที่ยวที่ช่วยประหยัดเวลา สิ่งสำคัญคือผู้เดินทางเข้าใจประโยชน์ เงื่อนไข และระยะเวลาทันที
Story ควรตอบสามคำถาม: ทำที่ไหน ใครเป็นผู้ทำ และสิ่งนี้สัมพันธ์กับปลายทางอย่างไร ททท. ใช้แนวคิดลักษณะเดียวกันใน Amazing Thailand Grand Sale 2026 โดยนำแฟชั่น คราฟต์ ไลฟ์สไตล์ และสินค้าชุมชนมาเชื่อมกับอัตลักษณ์ไทย การเล่าเรื่องจึงต้องมีแหล่งที่มา ไม่แต่งคำว่า Handmade, Local หรือ Sustainable หากไม่มีหลักฐานรองรับ
ทำ Message Architecture สามชั้น ได้แก่ Promise หนึ่งประโยคสำหรับทั้งแคมเปญ, Proof เช่น วัสดุ ผู้ผลิต มาตรฐาน หรือบริการ และ Action ที่เปลี่ยนตาม Touchpoint ข้อความบนจอดิจิทัลต้องสั้นกว่าบทความ แต่ใช้คำสัญญาและหลักฐานชุดเดียวกัน

R — Route & Reduce Friction: แผนที่ ภาษา การชำระเงิน และ VAT ต้องพร้อมก่อนเร่งสื่อ
Route ต้องระบุทางเข้าที่เหมาะที่สุด ชั้นหรือโซน จุดสังเกต ระยะเดินโดยประมาณ และทางเลือกสำหรับผู้ใช้รถเข็นหรือมีสัมภาระ ใช้ชื่อสถานที่เดียวกันในแผนที่ ป้าย เว็บไซต์ และพนักงาน หากร้านอยู่ในศูนย์ขนาดใหญ่ ให้พาไปยังทางเข้าหรือ Landmark ที่ใกล้จริง ไม่ปักเพียงศูนย์กลางอาคาร
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ททท. สื่อสารโครงการ Pay Like a Local ซึ่งสนับสนุน Cross-Border QR Payment ที่ร้านอาหาร ร้านค้า และสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมทั่วประเทศไทย ร้านควรสื่อเฉพาะวิธีชำระเงินที่รับจริง ณ จุดขาย ฝึกพนักงานตอบคำถาม และมีแผนสำรอง ไม่ใช้โลโก้หรืออ้างสิทธิ์ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับ VAT Refund for Tourists ให้ยึดกรมสรรพากรเป็นแหล่งข้อมูลล่าสุด หน้าเงื่อนไขทางการระบุว่าต้องซื้อจากร้านที่เข้าร่วม สินค้าต้องนำออกจากประเทศไทยภายใน 60 วัน และยอดซื้ออย่างน้อย 2,000 บาทรวม VAT ต่อร้านต่อวัน พร้อมเอกสารที่กำหนด เงื่อนไข ประเภทสินค้า จุดตรวจ และกระบวนการอาจเปลี่ยนได้ ร้านต้องตรวจสถานะการเข้าร่วมและอบรมพนักงานก่อนนำข้อความ VAT Refund ไปใช้ในสื่อ
E — Evaluate: วัดตั้งแต่ Route Open ถึง Incremental Sales
แยกตัวชี้วัดเป็นสี่ชั้น: Exposure เช่น Qualified Reach ตามพื้นที่, Intent เช่น Save, Route Open และ Offer View, Visit เช่น Door Counter, Wi-Fi Opt-in หรือคูปองที่ยืนยันหน้าร้าน และ Commerce เช่น Transaction, Average Basket, Product Mix และ New Customer Revenue การวัดทุกชั้นช่วยระบุว่าปัญหาอยู่ที่สื่อ เส้นทาง หน้าร้าน หรือข้อเสนอ
ใช้ QR, Short Link, Promo Code หรือ Landing Page แยกตาม Touchpoint และช่วงเวลา แต่ขอข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น พร้อมแจ้งวัตถุประสงค์และการเก็บรักษาอย่างโปร่งใส เทียบผลกับ Baseline วันและช่วงเวลาใกล้เคียง รวมทั้งดูผลกระทบจากฤดูกาล อีเวนต์ สภาพอากาศ สต็อก และโปรโมชันอื่น
ตัวเลขที่ควรอยู่ใน Dashboard ได้แก่ Cost per Route Open, Visit Rate จาก Touchpoint, Redemption Rate, Conversion to Transaction, Average Basket, Gross Margin หลังส่วนลด และ Incremental Sales อย่าสรุปว่า OOH หรือ Editorial สร้างยอดขายทั้งหมดจากยอดรวมช่วงแคมเปญโดยไม่มี Control หรือ Baseline
ตัวอย่างการวางแผนตามภูมิศาสตร์ค้าปลีกท่องเที่ยวของไทย
กรุงเทพฯ: ผู้เดินทางมีตัวเลือกสูงและเส้นทางซับซ้อน ใช้ Hotel Media, BTS/MRT Touchpoint, Tourism Map และ Editorial ช่วยเลือกย่านหรือหมวดสินค้า จากนั้นพาไปทางเข้าหรือโซนร้านที่ชัด พร้อมข้อมูลการเดินทางกลับและบริการหลังซื้อ
ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่: วาง Touchpoint จากสนามบิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และ Night Economy ให้สัมพันธ์กับช่วงเวลาพักจริง แยกนักท่องเที่ยวอิสระออกจากกรุ๊ปทัวร์ และใช้คอนเทนต์หลายภาษาที่บอกทั้งเหตุผลแวะ ระยะทาง และข้อเสนอ
เมืองรองและย่านคราฟต์: ใช้ Editorial เล่าผู้ผลิตกับอัตลักษณ์พื้นที่ Tourism Map รวมร้านและกิจกรรมเป็นเส้นทาง และ OOH ที่ Gateway ยืนยันว่าพื้นที่เปิดรับผู้เดินทาง แต่ต้องประเมินเวลาเปิด สต็อก กำลังการผลิต ที่จอดรถ และความสามารถรองรับก่อนสร้าง Demand
Brief 30 วันสำหรับศูนย์การค้า ร้านรีเทล และแบรนด์ท้องถิ่น
สัปดาห์แรกทำ Store Visit Audit: สังเกตเส้นทางจาก Gateway จริง ตรวจข้อมูลออนไลน์ หน้าร้าน ภาษา การชำระเงิน สต็อก และคำถามที่พนักงานได้รับ สัปดาห์ที่สองกำหนด Segment, Offer, Message และ Touchpoint Map สัปดาห์ที่สามผลิต Landing Page, Tourism Map, Editorial และชิ้นสื่อ พร้อมติด Tracking สัปดาห์ที่สี่ทดสอบเส้นทางกับผู้ใช้จริงก่อนเปิดแคมเปญและตั้ง Dashboard รายสัปดาห์
BIGMAP Travel Media ช่วยวาง Tourist Retail Journey และผลิตสื่อเชื่อม OOH, Digital Display, Tourism Map, Editorial Content กับจุดท่องเที่ยว โรงแรม และพันธมิตรทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ Strategy, Media Placement, Content Production ไปจนถึง Measurement Plan หากต้องการเพิ่ม Store Visit จากนักท่องเที่ยว สามารถขอ Media Kit หรือปรึกษาทีมเพื่อออกแบบ Pilot Campaign ตามเมือง สาขา และกลุ่มตลาดได้
- ระบุ Primary Segment, เมืองหรือ Catchment, ช่วงเวลา และสินค้าที่ต้องการผลักดัน
- ให้ข้อมูลสาขา ทางเข้า เวลาให้บริการ ภาษา วิธีชำระเงิน และเงื่อนไขบริการที่ยืนยันแล้ว
- กำหนด Business KPI หนึ่งถึงสองตัว เช่น Qualified Store Visit, New Customer Sales หรือ Margin หลังส่วนลด
- เตรียม Baseline, Tracking Code, สิทธิ์เข้าถึงข้อมูล และผู้รับผิดชอบแก้ข้อมูลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
- เริ่ม Pilot กับสาขาหรือเส้นทางที่วัดได้ ก่อนขยายสื่อและงบไปหลายจังหวัด
คำถามที่พบบ่อย
การตลาดค้าปลีกนักท่องเที่ยวต่างจากการตลาดร้านค้าทั่วไปอย่างไร?
ต้องคำนึงถึงเวลาทริป เส้นทางจากที่พักหรือแหล่งท่องเที่ยว ภาษา วิธีชำระเงิน สัมภาระ การนำสินค้ากลับประเทศ และความคุ้นเคยกับพื้นที่ จึงต้องเชื่อมสื่อกับข้อมูลการเดินทางและความพร้อมหน้าร้านมากกว่าการสื่อโปรโมชันอย่างเดียว
OOH ช่วยเพิ่มยอดขายร้านค้าปลีกได้อย่างไร?
OOH ช่วยสร้างการรับรู้และยืนยันเส้นทางในจุดเดินทาง แต่ควรเชื่อมไปยัง Next Action ที่ติดตามได้ เช่น เปิดแผนที่ ดูข้อเสนอ หรือรับสิทธิ์ แล้ววัด Route Open, Store Visit และธุรกรรมเทียบ Baseline ไม่ควรอ้างยอดขายจาก Impressions เพียงตัวเดียว
ร้านควรใช้ส่วนลดกี่เปอร์เซ็นต์เพื่อดึงนักท่องเที่ยว?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกสินค้า ให้คำนวณจาก Margin, Average Basket, Capacity และพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย บางกรณีบริการจัดส่ง ชุดของฝาก เวิร์กช็อป หรือสินค้ารุ่นเฉพาะพื้นที่อาจสร้างคุณค่ามากกว่าการลดราคา
ร้านทั่วไปสามารถโฆษณา VAT Refund for Tourists ได้หรือไม่?
ควรสื่อสารเมื่อร้านเข้าร่วมโครงการและสามารถออกเอกสารตามเงื่อนไขกรมสรรพากรได้จริงเท่านั้น ต้องตรวจข้อมูลล่าสุด อบรมพนักงาน และไม่ใช้ตราหรือข้อความที่ทำให้เข้าใจว่าได้รับสิทธิ์หากยังไม่ได้รับอนุญาต
ควรเริ่มวัดผลแคมเปญ Tourist Retail จากอะไร?
เริ่มด้วย Baseline Footfall และยอดขายตามวัน–เวลา แยก QR หรือ Promo Code ตาม Touchpoint แล้วติดตาม Route Open, Visit, Redemption, Transaction, Average Basket และ Margin หลังส่วนลด พร้อมบันทึกปัจจัยภายนอกที่มีผล
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ททท. 8 มิถุนายน 2569: Amazing Thailand Grand Sale 2026 และประสบการณ์แบรนด์ไทย ↗
- ททท. 26 มิถุนายน 2569: Pay Like a Local และ Cross-Border QR Payment ↗
- ททท. 2 มีนาคม 2569: Amazing Thailand app สำหรับวางแผนและค้นหาที่กิน พัก ช้อป และเที่ยว ↗
- กรมสรรพากร: VAT Refund for Tourists — หน้าโครงการปรับปรุง 4 มีนาคม 2569 ↗
- กรมสรรพากร: เงื่อนไข VAT Refund for Tourists และเอกสารที่ใช้ ↗
- ททท. 19 มิถุนายน 2569: Crafted Luxury เชื่อมสินค้าไทย เรื่องราว และเส้นทางท่องเที่ยว ↗
วางแผนสื่อ 

